กล้องวงจรปิดริมถนนแห่งหนึ่ง บันทึกภาพรถกระบะขับมาจอด และมีรถเก๋งสีขาวตามมาจอด ก่อนที่จะมีผู้ชายวิ่งกลับมาที่รถกระบะ คนในรถเก๋งก็เปิดประตูลงมาหลายคน ลักษณะตะโกนเรียกชายคนดังกล่าว และยืนคุยกันอยู่เป็นเวลานาน
นี่เป็นภาพหลักฐานที่ชายอายุ 21 ปี ชาวตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น นำเข้ามาร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว เขาเล่าว่า ครอบครัวทำธุรกิจนวดแผนไทย แต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องปิดร้าน จึงช่วยครอบครัวโดยติดต่อรับน้ำส้มจากกรุงเทพฯ มาส่งขายให้ร้านค้า และลูกค้าทั่วไปในเมืองขอนแก่น
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ได้ขับรถกระบะ 4 ประตู ของแม่ไปส่งน้ำส้มให้ลูกค้าที่ริมถนนมะลิวัลย์ โดยมีเพื่อนนั่งไปในรถด้วย ขณะจอดรถไว้ข้างทางเขาลงไปส่งน้ำส้มให้ลูกค้า และวิ่งกลับมาปรากฏว่ามีเสียงผู้ชายตะโกนมาว่า น้องไม่มีสิทธิใช้รถคันนี้แล้วนะ เพราะว่าพวกเขามาจากธนาคารแห่งหนึ่ง จะมายึดรถคันนี้ ถ้าไม่อยากโดนยึด ก็ให้นำเงินมาจ่าย 200,000 บาท แต่ถ้าไม่จ่ายต้องยอมเซ็นชื่อยินยอมให้ยึดรถไป
เขาจึงโทรศัพท์แจ้งแม่ให้ทราบเรื่อง แม่จึงบอกให้ขอดูบัตรพนักงาน และเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถ แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ไม่ให้ดู ซึ่งพูดคุยกันอยู่นานประมาณ 3 ชั่วโมง กระทั่งมีตำรวจราว 10 นาย ขับรถมาจอดฝั่งตรงข้าม กลุ่มดังกล่าวจึงรีบพากันขับรถออกไป
ขณะที่แม่ของชายอายุ 21 ปี และเป็นเจ้าของรถกระบะบอกว่า ซื้อรถคันนี้มาใช้งานและผ่อนจ่ายค่างวดรถเรื่อยมา กระทั่งมาเจอสถานการณ์โควิด-19 ในรอบแรก ก็ต้องปิดร้านนวดไป จากนั้นทำเรื่องพักชำระหนี้กับธนาคารดังกล่าว ไปประมาณ 3 เดือน และกลับมาจ่ายค่างวดอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว (2563) ซึ่งเป็นการจ่ายรวม 3 งวด จำนวน 33,000 บาท
จากนั้น ก็มาเจอสถานการณ์โควิด-19 รอบที่ 2 จึงค้างจ่ายค่างวดอยู่ และพยายามติดต่อกับธนาคาร เพื่อขอพักชำระหนี้ แต่ติดต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจไปที่ธนาคาร ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งเธอว่าไม่เข้าเกณฑ์ เพราะค้างจ่ายอยู่ ถ้าจะเข้าร่วมโครงการต้องจ่ายที่ค้างให้หมด ขณะนั้นไม่มีเงินจ่าย จึงสรุปว่าไม่ได้เข้าร่วมโครงการ และไม่มีการพักชำระหนี้ ซึ่งเธอพยายามติดต่อธนาคารสาขาใหญ่ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ กระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
หลังเกิดเหตุผู้เสียหาย ได้ไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของคนกลุ่มดังกล่าวแล้วว่าเกี่ยวข้องกับและธนาคารที่เธอผ่อนรถอยู่หรือไม่ พร้อมขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายไม่ใช่มาข่มขู่กันแบบนี้

