จากที่จังหวัดขอนแก่นเป็น 1 ใน 8 จังหวัดที่ได้รับจัดสรรป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน นำมาฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะที่ 1 เดือนเมษายน 2564 จำนวน 10,000 โด๊ส ยี่ห้อ Sinovac (ซิโนแวค) จากประเทศจีน โดยผู้ที่จะได้รับการฉีดวัคซีนจะให้ 1 ราย ต่อ 2 โดส 5,000 ราย กำหนดให้หน่วยบริการที่มีความพร้อมดำเนินการฉีดกลุ่มเป้าหมายให้แล้วเสร็จ 9 แห่ง ในระหว่างวันที่ 7 – 9 เมษายน 2564 ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ได้แก่ โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลศรีนครินทร์ โรงพยาบาลชุมแพ โรงพยาบาลสิรินธร จังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลพล โรงพยาบาลบ้านไผ่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกระนวน โรงพยาบาลน้ำพอง กลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับวัคซีนชุดแรก คือ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่มีความเสี่ยงสูง ส่วนในเดือนมิถุนายน 2564 จังหวัดขอนแก่นจะได้รับวัคซีนอีกจำนวน 200,000 โดส เป็นวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า โดยระยะที่ 2 จะนำมาฉีดให้แก่กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งจะเน้นฉีดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีการสำรวจและขึ้นทะเบียนไว้แล้วตามความสมัครใจ และประชาชนตามลำดับกลุ่มเสี่ยงมากเสี่ยงน้อย

- “ศักดิ์สยาม” รับแล้ว ติดโควิด-19 ผลเลือดเป็นบวก
- ด่วน!! “ปีโป้ ณัชพัณณ์” แจ้งผลตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 เปิดไทม์ไลน์ไปห้างดัง-เยาวราช
- ด่วน!! “แสตมป์ อภิวัชร์” ติดเชื้อโควิด-19 เปิดไทม์ไลน์เล่นดนตรีที่ทองหล่อ-เกาะช้าง-ไบเทค

7 เมษายน 2564 นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ตัวแทนผู้ที่รับสิทธิ์การฉีดวัคซีนโควิด 19 เป็นคนแรก พร้อมด้วยนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 7 เป็นประธานในพิธีเปิดการ Kick off ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จังหวัดขอนแก่น พร้อมทั้งให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้ารับการฉีดวัคซีน โดยนายแพทย์สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เป็นผู้ฉีดวัคซีนให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และ นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 7 เป็นผู้ฉีดให้กับนายแพทย์สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ตามลำดับ
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับวัคซีนที่ได้รับนั้น ถือเป็นการจัดสรรกรณีพิเศษ เพราะจังหวัดขอนแก่นถือเป็นเมืองศูนย์กลาง การจัดประชุม สัมมนา และจัดนิทรรศการ การฉีดวัคซีนล๊อตแรกนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้าน จะเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมกับการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 โดยกลุ่มที่ได้รับวัคซีน ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่อยู่ในด่านหน้าตามภาระหน้าที่ต้องอยู่ใกล้ชิดประชาชนจำนวนมาก กลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับวัคซีนชุดแรกอยู่ใน 4 กลุ่มเสี่ยงคือ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เน้นฉีดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีการสำรวจและขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ตามความสมัครใจ ส่วนในเดือนมิถุนายน จังหวัดขอนแก่นจะได้รับวัคซีนอีกจำนวน 200,000 โดส เป็นวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า โดยระยะที่ 2 จะนำมาฉีดให้แก่ประชาชนตามลำดับกลุ่มเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยเช่นกัน
นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 7 กล่าวว่า สำหรับในพื้นที่รับผิดชอบอยู่ในพื้นที่ร้อยแก่นสารสินธุ์ ได้รับวัคซีนในพื้นที่ ขอนแก่น 10,000 โด๊ต ร้อยเอ็ด 2,000 โด๊ต มหาสารคามและกาฬสินธุ์ จังหวัดละ 1,800 โด๊ต ซึ่งจะดำเนินการฉีดวัคซีนให้แล้วเสร็จภายในอาทิตย์นี้ ซึ่งถือว่าเป็นการทดลองระบบการฉีดวัคซีนตามขั้นตอนต่างๆ ประเมินสภาพปัญหาที่พบ การซักประวัติ การฉีด ผลข้างเคียง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่จะมาฉีด “จะเริ่มฉีดจริงคือเดือนมิถุนายน ให้ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงทั้งบุคลากรทางการแพทย์ อสม. และประชาชนครึ่งหนึ่ง สำหรับ 2 วันที่มีการทดลองฉีด พบเรื่องระบบรายชื่อที่มีใน “หมอพร้อม” ซึ่งพบข้อติดขัดบ้าง จึงแก้ไขโดยการเชครายชื่อจากที่มีอยู่ด้วยเทียบกับรายชื่อของหมอพร้อม ซึ่งจะมีข้อมูลของผู้ฉีดแต่ละราย สิ่งที่ต้องประเมินและเตรียมความพร้อมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด คือในช่วงเดือนมิถุนายน ที่จะมีการฉีดจริง ต้องมีระบบที่สามารถรองรับประชาชนจำนวนมากกว่าวันทดลอง 2-3 เท่า”นายแพทย์สมฤกษ์ กล่าว


สำหรับในช่วงที่มีการทดลองฉีดวัคซีนนี้ พบว่า บุคลากรทางการแพทย์บางรายมีอาการหัวใจเต้นแรง ปวดศีรษะ มีอาการไข้อ่อน มี 1 รายที่ต้องไปห้องฉุกเฉิน ขณะนี้อาการปกติแล้ว จึงต้องนอนพักจนกว่าอาการจะปกติ แพทย์ที่ดูแลระบุว่า จากการซักประวัติพบว่า บางรายพักผ่อนไม่เพียงพอ นางพยาบาลบางรายอยู่เวรดูแลผู้ป่วยตลอดทั้งคืน พอช่วงเช้าก็มารับการฉีดวัคซีน เพื่อความมั่นใจผู้เข้ารับการฉีดต้องเตรียมตัวให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอสำหรับกลุ่มที่เข้ารับการฉีดต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง ไม่มีอาการเจ็บป่วย ส่วนในกลุ่มที่ยังไม่สามารถเข้ารับการฉีดได้ คือ เคยมีประวัติแพ้วัคซีน หรือ แพ้ยา หรือส่วนประกอบของวัคซีน อย่างรุนแรง เคยได้รับการถ่ายเลือด พลาสมา ผลิตภัณฑ์จากเลือด ส่วนประกอบของเลือด กลุ่มที่ตรวจพบเชื้อโควิด 19 ในช่วง 10 วันที่ผ่านมามีโรคประจำตัวที่อาการยังไม่คงที่ ไม่สามารถควบคุมอาการของโรคได้ เช่น เจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อย ใจสั่น เป็นต้น มีอาการเกี่ยวกับสมอง หรือ ระบบประสาทอื่นๆ อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือ ให้นมบุตร หรือ วางแผนที่จะตั้งครรภ์ มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือ ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน มีภาวะเลือดออกง่ายหรือหยุดยาก เกล็ดเลือดต่ำ การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หรือ ได้รับยาต้านการ แข็งตัวของเลือด กลุ่มมีอาการเจ็บป่วยเฉยบพลัน หรือ นอนรักษาตัวและออกจากโรงพยาบาลไม่เกิน 14 วัน และกำลังมีอาการป่วย เช่น มีไข้ หนาวสั่น หายใจลำบาก อ่อนเพลียกล้ามเนื้อ เป็นต้น

เรื่องโดย กวินทรา ใจซื่อ | ภาพโดย กวินทรา ใจซื่อ

