จากนั้น นายพจน์ จึงให้ตนออกจากงาน และให้ปิดร้านอาหารแล้วอยู่บ้านเฉยๆ ตนจึงแอบค้นเฟซบุ๊กสามี กระทั่งไปเจอภาพสามีเข้าพิธีแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง จัดงานใหญ่โตในโรงแรมที่อุดรธานี เมื่อสามีกลับมาบ้าน จึงเอาภาพให้ดูพร้อมถามว่า ทำไมถึงทำแบบนี้ สามีตอบว่าจำเป็นต้องแต่ง และไม่พูดอะไรอีกเลย
ส่วนตนไม่ได้โวยวายเพราะกำลังท้อง พร้อมทั้งอดกลั้นใช้ชีวิตอยู่คนเดียว รอจนลูกคลอด ซึ่งสามีก็เซ็นรับรองบุตรในฐานะพ่อของลูก แต่ชีวิตไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เนื่องจากสามีไม่มาสนใจดูแล ไม่ให้เงินทองใช้จ่ายเหมือนเดิม จากนั้นในเดือนสิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา นายพจน์ ไล่ตนออกจากบ้านพร้อมกับลูก จึงต้องไปอยู่บ้านกับแม่และพี่สาว
พร้อมกันนี้ นายพจน์ ไม่เคยโทร. หาและไม่มาดูแลอีกเลย ตนจึงรวบรวมหลักฐานไปปรึกษาทนายความ และนำข้อความที่ถูก นายพจน์ ต่อว่าเข้าแจ้งความกับตำรวจ รวมถึงอธิบดีกรมทางหลวง เพื่อขอความเป็นธรรมให้ลูก ให้ นายพจน์ มารับผิดชอบลูก แต่ถูกปฏิเสธว่าไม่ใช่ลูกตัวเอง หนำซ้ำยังกล่าวหาว่าเป็นลูกชู้
ตามคำกล่าวอ้างของ นายพจน์ ระบุยืนยันว่า มีลูกไม่ได้ เพราะเป็นหมัน และท้าทายตนด้วยถ้อยคำรุนแรงว่าถ้าไม่ได้สำส่อนก็ให้ไปตรวจดีเอ็นเอ แถมยังบอกว่าจบคือจบ บารมีเรามันต่างกัน ตนไม่เข้าใจว่าถ้าเป็นหมันแล้วตอนคลอดไปเซ็นรับรองบุตรทำไม ทั้งนี้ยังมีคลิปเสียงที่ นายพจน์ พูดจาลักษณะข่มขู่พี่สาวของ น.ส.เก๋ อีกด้วย
เนื้อหาในคลิปดังกล่าวระบุว่า ของพวก…ยังมีเป้าให้ล่ออีกเยอะแยะ ถ้าเล่นสกปรกคิดให้ดีๆ แม่ก็แก่แล้ว ลูกก็ยังเล็ก อย่าคิดว่าจะทำอะไรชั่วๆ ได้อย่างที่คิด หาชู้ให้น้องสาว แล้วยังจะมีหน้ามากรรโชกทรัพย์อีก ระวังตัวไว้แล้วกัน ขณะที่พี่สาวก็หัวเราะกับคำพูดของอีกฝ่าย และหลอกล่อให้พูดออกมาให้หมด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Tnews

