
กรมท่าอากาศยานประชุมคณะกรรมการจัดสรรเวลา ครั้งที่ 1/2564
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2564 นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการจัดสรรเวลา กรมท่าอากาศยาน ครั้งที่ 1/2564 โดยมีนายสมเกียรติ มณีสถิตย์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน ด้านโครงสร้างพื้นฐาน นายวิทวัส ภักดีสันติสกุล รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน ด้านเศรษฐกิจ นายเกียรติชัย ชัยเรืองยศ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมกิจการท่าอากาศยาน นายณรงค์ อรุณภาคมงคล ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความปลอดภัยภาคพื้น ปฏิบัติงานในฐานะผู้อำนวยการกองควบคุมมาตรฐานสนามบิน และคณะกรรมการจัดสรรเวลา พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ณ ห้องประชุมศรีภูมิ ชั้น 2 กรมท่าอากาศยาน
การประชุมในครั้งนี้ เพื่อพิจารณาการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดสรรเวลาตารางการบินของท่าอากาศยานในสังกัด ทย. และสายการบินหรืออากาศยาน ให้ปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกันและสอดคล้องตามหลักปฏิบัติมาตรฐานของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association – IATA) โดยเป็นการพิจารณาจัดสรรเวลากำหนดการบินประจำฤดูร้อน ประจำปี 2564 ซึ่งมีสายการบินที่เปิดให้บริการในเส้นทางบินใหม่ จำนวน 3 เส้นทาง ได้แก่
1.เส้นทาง กรุงเทพฯ-ขอนแก่น ไปและกลับจำนวน 14 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ของสายการบิน Bangkok airways
2.เส้นทางกรุงเทพฯ-แม่สอด ไปและกลับ จำนวน 21 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ของสายการบิน Bangkok airways
3.เส้นทางเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ไปและกลับจำนวน 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ของสายการบินนกแอร์ รวมทั้งได้หารือเกี่ยวกับการกำหนดเวลาเปิด-ปิด ท่าอากาศยาน เพื่อให้สอดคล้องกับการให้บริการของสายการบินด้วย
นอกจากนี้ ยังได้หารือการเตรียมความพร้อมในการรองรับการเปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศของท่าอากาศยานกระบี่ ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี และท่าอากาศยานหัวหิน ซึ่งทุกท่าอากาศยานยืนยันความพร้อม และให้ความเชื่อมั่นในกระบวนการและมาตรการ พร้อมรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ หากมีการอนุญาตให้เปิดทำการบินได้
สำหรับประเด็นการสนับสนุนสายการบินที่ทำการบินมายังท่าอากาศยานเบตง ที่ประชุมได้เห็นชอบให้ออกมาตรการจูงใจให้สายการบินเปิดเที่ยวบินเส้นทางใหม่ ปี 2564 โดยจะลดค่าบริการขึ้นลงอากาศยานและค่าบริการที่เก็บอากาศยาน เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยลดลงร้อยละ 80 ในปีที่ 1 ลดลงร้อยละ 65 ในปีที่ 2 และลดลงร้อยละ 50 ในปีที่ 3 และลดค่าเช่าพื้นที่ภายในอาคาร สำหรับสำนักงานสายการบิน ในอัตราร้อยละ 50 โดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่กรมธนารักษ์กำหนด เป็นระยะเวลา 3 ปี

