ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 ก.พ. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 586 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 573 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 47 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 526 ราย ในจำนวนนี้ 522 รายมาจากสมุทรสาคร เพชรบุรี 3 ราย เชื่อมโยงตลาดรถไฟมหาชัย และสระแก้ว 1 ราย เป็นชายชาวกัมพูชาผู้ต้องขังแรกรับ ตรวจโควิด-19 สองครั้งแรกไม่พบเชื้อ มาพบเชื้อครั้งที่สาม จึงแยกกักกัน เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 13 ราย
ติดเชื้อลดลงเพราะวัคซีนหรือไม่
พญ.อภิสมัยกล่าวอีกว่า ขณะที่สถานการณ์โลก ผู้ติดเชื้อสะสม 105,401,203 ราย เสียชีวิตสะสม 2,292,730 ราย ที่สหรัฐอเมริกาวันนี้พบผู้ติดเชื้อ 109,780 ราย แม้จะพบติดเชื้อเป็นแสน แต่ถือว่าตัวเลขลดลงอย่างมาก เช่นเดียวกับอีกหลายๆ ประเทศ อาจจะเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนหรือไม่ มีรายงานว่าล่าสุดมีการฉีดวัคซีนทั่วโลกไปแล้วเกิน 90 ล้านโดส หรือประมาณ 45 ล้านคน คาดการณ์กันว่า การฉีดวัคซีนทั่วโลกจะช่วยลดการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค แต่เราต้องติดตามประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีน ตัวเลขที่ลดลงถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง
หาแนวทางเปิดเมืองสมุทรสาคร
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า สำหรับการตรวจคัดกรองเชิงรุกใน จ.สมุทรสาคร เรากระชับพื้นที่ขึ้นเรื่อยๆ จนถึงพื้นที่ไข่แดง ศบค.ชุดเล็กประชุมกับทีมในพื้นที่ หารือถึงเรื่องมาตรการดูแล แบบ “บับเบิลแอนด์ซีล” พบว่ามี 1 โรงงานที่มีศักยภาพในการซีล ให้คนงานทำงานและพักอยู่ที่โรงงานได้ ไม่ต้องเดินทางออกนอกพื้นที่ ส่วนมาตรการบับเบิล หรือการจำกัดการเดินทาง ระหว่างที่ทำงานกับที่พัก ซึ่งเป็นเขตเฝ้าระวังเป็นพิเศษ มีจำนวน 7 โรงงาน อยู่ที่ ต.ท่าทราย และ ต.นาดี ขอร้องอย่ารังเกียจเวลาเห็นรถสองแถวรับ-ส่งคนงาน หรือคนงานเดินเรียงแถวตามมาตรการ บับเบิล แต่ต้องให้กำลังใจ เพราะทุกคนกำลังลดการแพร่เชื้อ แม้ตัวเลขวันนี้จะเหลือ 500 กว่าราย แต่อย่าวางใจ ยังต้องคัดกรองกันต่อเนื่อง เร็วๆนี้ จะมีการประชุมร่วมกัน ระหว่างคณะกรรมการโรคติดต่อ จังหวัดสมุทรสาครกับผู้ประกอบการและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการร่วมกันในการเปิดเมือง ชุมชนและตลาดกุ้ง
ยกเคสติดเชื้อจากงานเลี้ยงส่วนตัว
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ที่ กทม. ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการวิเคราะห์เกี่ยวกับการติดเชื้อในชุมชนเมือง โดยเฉพาะการจัดเลี้ยงส่วนตัว มีตัวอย่าง 4 งาน งานแรก มีผู้ร่วมงานเลี้ยง 30 ราย ติดเชื้อ 9 ราย สาเหตุที่มีผู้สัมผัสแล้วไม่ติดเชื้อในงานดังกล่าว เนื่องจากร่วมกิจกรรมเป็นระยะเวลาสั้น นำของขวัญมาให้แล้วกลับ ขณะที่ผู้ติดเชื้อมีประวัติดื่มแอลกอฮอล์แก้วเดียวกัน อยู่ร่วมงานเป็นเวลานาน งานที่สองมีผู้ร่วมงานเลี้ยง 13 ราย ติดเชื้อ 10 ราย ทั้ง 10 ราย มีประวัติดื่มจากแก้วเดียวกัน
ปาร์ตี้ดื่มแอลกอฮอล์ขาดยับยั้ง
ผช.โฆษก ศบค.ยังกล่าวต่อว่า งานที่สามมีผู้ร่วมงาน 7 ราย ติดเชื้อ 7 ราย เนื่องจากอยู่ในสถานที่แออัด ไม่มีระบบระบายอากาศ เต้นรำโดยไม่ใส่หน้ากากตลอดงาน งานที่สี่มีผู้ร่วมงาน 16 ราย ติดเชื้อ 16 ราย เนื่องจากดื่มเครื่องดื่มจากแก้วเดียวกันในลักษณะเล่นเกม อยู่ร่วมกันเป็นเวลานาน ใช้มือหยิบน้ำแข็ง อยู่สถานที่แออัดเกิน 15 นาที มีการสัมผัสใกล้ชิด สิ่งที่เราเน้นย้ำมาตลอดคือ แม้จะมีการจัดงานเลี้ยงอย่างรัดกุม แต่เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ไป แม้ ไม่มาก จะทำให้เกิดความผ่อนคลาย เฉื่อยชา ตอบสนองน้อยลง ขาดความยับยั้ง เสียการควบคุมตัวเอง ไม่ระมัดระวังตัวเอง ดังนั้น สถานบันเทิงต้องเสนอมาตรการว่าจะดูแลเรื่องเหล่านี้อย่างไร
ทำงานที่เดียวกันก็ต้องระวัง
พญ.อภิสมัยกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ในสถานที่ทำงานยังเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่ง มีตัวอย่างจากการสอบสวนโรคใน กทม. ที่พบการติดเชื้อในสำนักงาน แห่งแรก เป็นคลินิกเสริมความงาม มีพนักงาน 7 ราย ติดเชื้อ 5 ราย ปัจจัยเสี่ยงเกิดจากการรับประทานอาหารร่วมกันทุกวัน มีการพูดคุยระหว่างรับประทานอาหาร ไม่ได้ใช้ช้อนกลาง แห่งที่สอง เป็นแผนกหนึ่งในบริษัทแห่งหนึ่งที่ กทม. มีพนักงาน 10 ราย ติดเชื้อ 9 ราย เนื่องจากผู้ติดเชื้อทุกคนไม่สวมหน้ากากตลอดเวลาขณะปฏิบัติงาน พูดคุยใกล้ชิดเป็นเวลานาน จากนี้ไปสถานประกอบการต่างๆต้องยกการ์ดสูงให้เป็นพิเศษ แม้อยู่ห้องเดียวกันแต่อย่าวางใจ ให้สวมหน้ากากตลอดเวลา

คนไทยการ์ดตกสุดเดือน ก.ย.
ผช.โฆษก ศบค.กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับองค์การอนามัยโลก สำนักงานภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออก คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกันทำแบบสอบถามประชาชนเกี่ยวกับพฤติกรรมป้องกันตนเองของคนไทยระหว่างวันที่ 15 พ.ค.63-31 ม.ค.64 จากตัวอย่างประชากร 63,444 ราย จะเห็นว่า ช่วงเดือน พ.ค.63 ที่เราเริ่มคุ้นเคยกับการแพร่ระบาด ประชาชนป้องกันตัวเองดี แต่การ์ดต่ำสุดในเดือน ก.ย.-ธ.ค.63 แต่เมื่อมีการแพร่ระบาดที่ จ.สมุทรสาคร ในวันที่ 15-21 ธ.ค.63 การป้องกันตัวเองกลับมาเริ่มสูง กระทั่งถึงวันที่ 4 ม.ค.ที่เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการการ์ดก็เริ่มตกมาอีกครั้ง
เสี่ยงสูงกักตัวที่บ้านไม่สะดวก
พญ.อภิสมัยยังกล่าวถึงกรณีพบผู้ติดเชื้อหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูงเดินทางไปสถานที่ต่างๆ และโพสต์ลงในโซเชียลจนมีคำถามว่า เป็นผู้เสี่ยงสูงแต่ทำไมไม่กักตัวว่า ในบางครั้งกรมควบคุมโรคได้คำตอบว่ากักตัวลำบาก หลายคนอยู่บ้านที่มีสมาชิกครอบครัวในบ้านหลายคน ไม่สามารถแยกห้องนอนได้ ศบค.จึงทบทวนมาตรการเพื่อให้มีแนวทางศึกษาการจัดการกักตัวผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ที่หากกรมควบคุมโรคสอบสวนพบจะต้องขอร้องให้ต้องถูกกักตัว ถือว่าไม่มีทางเลือก ส่วนบุคคลที่อยู่ในภาวะความเสี่ยงกลาง เสี่ยงต่ำ จะขอความร่วมมือให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมชน บุคคลเหล่านี้อาจสมัครใจว่า จะต้องไปกักตัวในสถานที่กักตัวของรัฐหรือเอกชน เพราะบางคนบอกว่าสถานที่อาศัยในปัจจุบันบางแห่งไม่อำนวย เนื่องจากมีผู้สูงอายุ เด็กอ่อน ใช้ห้องน้ำร่วมกัน การกักตัวทำลำบาก ศบค.รับฟังและนำมาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกในการกักตัว การกักตัวโดยความสมัครใจ หรือการที่ถูกบังคับให้กักกันตัวรายละเอียดจะเป็นอย่างไร จะมีการพูดคุยกันภายใน ศบค.ในสัปดาห์หน้า
จับมือทีมเดียวกันสู้โควิด
ผช.โฆษก ศบค.ยังกล่าวอีกว่า เราต้องอยู่ร่วมกับโควิด-19 นี้ต่อไป โดยไม่ตื่นตระหนกมากเกินไป จากรายงานในวันเดียวกันนี้ เห็นแล้วว่าเรายังการ์ดตก ดังนั้น เราต้องเรียนรู้ที่จะป้องกันตัวเอง ป้องกันชุมชน การ์ดตกไม่ได้ ขอความร่วมมือเป็นพิเศษ ในกรณีของมาตรการองค์กรถือเป็นหัวใจหลัก การที่เข้าไปทำงานในสำนักงานหรือออฟฟิศเดียวกัน เป็นความรับผิดชอบที่จะต้องดูแลซึ่งกันและกัน ขอให้ทำให้ได้เหมือน จ.สมุทรสาคร ที่มีความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการในจังหวัดสมุทรสาคร จับมือแล้วลุกขึ้นมาเป็นทีมเดียวกัน ช่วยกันร่วมแรงร่วมใจหามาตรการที่ดีที่สุด เพื่อที่จะทำให้การติดเชื้อ แพร่เชื้อโควิด-19 ลดจำนวนลงไปเรื่อยๆ
สมุทรสาครค้นเชิงรุกเจอป่วยน้อยลง
ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า การค้นหาเชิงรุกในโรงงาน จ.สมุทรสาครพบผู้ป่วยลดลง กทม.จุดเน้นที่ยังพบผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ฝั่งตะวันตกใกล้สมุทรสาคร ไม่ว่าจะเป็นหนองแขม ภาษีเจริญ จอมทอง บางแค บางบอน บางขุนเทียน ยังต้องเฝ้าระวัง ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ช่วง 2-3 วันนี้เกิดขึ้นในโรงงานและชุมชนข้างโรงงาน มีกรณีผู้ป่วยที่ติดเชื้อในครอบครัวหลายคน ล่าสุดเป็นผู้ป่วยติดเตียง มีโรคเบาหวาน ความดัน ไต มีแรงงานเมียนมา 4 คน ผลัดกันดูแลในคอนโดเดียวกัน ไม่ทราบติดเชื้อจากแหล่งไหน แต่มีประวัติอยู่ใกล้ตลาดคลองเตย ก่อนหน้านี้พบมีการติดเชื้อที่ตลาดคลองเตยมาก่อน อาจจะเป็นแหล่งโรคที่เชื่อมมาถึงผู้ป่วยกลุ่มนี้ต่อ กำลังรอสอบสวนเพิ่มเติม ถ้าจำเป็นต้องอยู่ใกล้ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่ความเสี่ยงสูง ให้ผู้ดูแลที่ใกล้ชิดป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด

เผยปอดฮีโร่มหาชัยดีขึ้นมาก
ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงอาการของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.สมุทรสาคร ว่า 2 วันที่ผ่านมาดีขึ้นมาก ขณะนี้ได้หยุดให้ยาปฏิชีวนะเนื่องจากไม่พบการติดเชื้อแล้วและค่อยๆ ถอยยาบางตัว รวมถึงยาฉีดก็ปรับเป็นให้ทางสายยาง เพื่อเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารโดยตรง รวมถึงการให้สารอาหารสามารถให้ได้เต็มที่ ผลเอกซเรย์ปอดดีขึ้นมาก จากวันแรกที่เห็นเป็นรอยขาวๆ ทำให้อากาศเข้าไม่ได้ ภาพที่เห็นล่าสุดดีกว่าเดิม 80-90% สัปดาห์หน้าจะเอกซเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์จะเห็นภาพชัดยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันได้ปรับเครื่องช่วยหายใจ จากโหมดควบคุมถอยเป็นโหมดสนับสนุนเพื่อให้ผู้ว่าฯหายใจเอง ซึ่งระดับออกซิเจนในกระแสเลือดก็ยังอยู่ในเกณฑ์ดี แสดงว่าปอดยังทำงานได้ดีพอ
หายใจเองจะเลิกเจาะคอ
ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวอีกว่า ขณะนี้ค่อยๆปรับให้หายใจเองโดยไม่เร่ง จะต้องประเมินให้แน่ใจว่าปอดเพียงพอที่จะหายใจได้เอง จึงจะตัดสินใจถอย ส่วนการสื่อสารยังทำตามที่บอกได้ดี การฟื้นฟูกล้ามเนื้อมีทีมเวชศาสตร์ฟื้นฟูเข้าไปดูแล 2 วันที่ผ่านมาก็ค่อยๆปรับให้กล้ามเนื้อฟื้นตัว หลักฐานด้านต่างๆบ่งชี้ในทางที่ดี เหลือเพียงระบบการหายใจที่ผู้ว่าฯต้องฝึกหายใจด้วยตัวเอง ส่วนการเจาะคอ ยังคงไว้ดูดเสมหะ หากอาการดีขึ้น หายใจได้เอง ไอเอาเสมหะออกได้เองก็นำเครื่องออกได้ แผลตรงที่เจาะคอไม่เกิน 2 อาทิตย์ก็ปิดได้เอง กล่องเสียงก็ทำงานได้ปกติ การเจาะคอทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ทั้งการดูดเสมหะและลดการติดเชื้อ
รอสอบดีเจมะตูมหาหลักฐานผิด
ส่วนกรณีดีเจมะตูม พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ เพ็ชรสดศิลป์ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ เปิดเผยถึงเรื่องที่เจ้าหน้าที่เขตสาทร ให้ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ ตรวจสอบเรื่องการจัดงานฉลองวันเกิดที่โรงแรมบันยันทรี ที่มีคนมาร่วมงานกันมาก จนมีการระบาดของโควิด-19 จะเข้าข่ายความผิดใดหรือไม่ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้นัดหมายให้นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข ผอ.เขตสาทร มาให้ปากคำเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง แต่ในวันที่ 8 ก.พ. ได้เชิญ ผอ.สำนักอนามัย มาสอบปากคำเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ที่ดีเจมะตูมออกมาไลฟ์สดยอมรับว่าได้ดื่มสุราจริง เพราะมีเพื่อนนำมาให้ ต้องรอสอบปากคำดีเจมะตูมกับกลุ่มเพื่อนที่ไปร่วมงานว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร หากมีหลักฐานการกระทำผิดไปถึงใครก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

แนะให้ลูกหลานสอนโหลดเราชนะ
ช่วงเย็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม กล่าวในรายการ PM PODCAST นายกรัฐมนตรีเล่าเรื่อง เผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าว่า สัปดาห์นี้ยังให้ความสำคัญช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะโครงการเราชนะ ตนติดตามรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ปรับปรุงเงื่อนไขโครงการเราชนะ ขยายขอบเขตทั้งผู้ประกอบการ ร้านค้าและบริการที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งร้านธงฟ้า ร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง ผู้ประกอบการของกองทุนหมู่บ้าน วิสาหกิจชุมชน หรือเป็นผู้ให้บริการแม้กระทั่งสามล้อถีบ รวมถึงผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะที่ไม่ได้เป็นนิติบุคคลคือ คนขับแท็กซี่ รถตู้โดยสาร รถสามล้อ รถสองแถว วินมอเตอร์ไซค์ และกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้า รถไฟ รถเมล์ และเรือโดยสาร เราเปิดให้ลงทะเบียนเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ตั้งแต่ 29 ม.ค.-31 มี.ค. อาจจะยุ่งยากบ้างที่ต้องลงทะเบียนผ่านโทรศัพท์มือถือ แต่เราต้องพัฒนาตัวเองเพื่อวันหน้าโลกต้องเปลี่ยนแปลงเป็นสังคมไม่ใช้เงินสด เรียนรู้ได้ พ่อแม่ปู่ย่าตายายใช้ไม่เป็นก็ให้ลูกหลานสอนแนะนำให้ความใกล้ชิดก็จะเกิด นี่คือผลประโยชน์โดยอ้อม คือสังคมที่อบอุ่น เรียนรู้ไปด้วยกัน
ม.33 ได้เงินเยียวยา 9 ล้านคน
ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กล่าวหลังประชุมร่วมกับผู้นำแรงงาน 39 องค์กร ว่า ผู้ประกันตนมาตรา 33 มีประมาณ 11 ล้านคน ได้รับสิทธิเยียวยา 9 ล้านคน ที่หายไป 2 ล้านคน เป็นกลุ่มที่อยู่ในมาตรา 33 แต่ไม่ใช่สัญชาติไทยประมาณ 1 ล้านคน อีก 1 ล้านคน เป็นคนที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว ส่วนกลุ่มมีเงินฝาก 5 แสนบาท อาจมีแค่หลักแสนคน ได้เสนอในกรอบคนละ 4 พันบาท อาทิตย์ละ 1 พันบาท เข้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง พร้อมเสนอ ครม.สัปดาห์หน้า หรืออย่างช้าที่สุดวันที่ 15 ก.พ. จะเปิดลงทะเบียน วันที่ 16-28 ก.พ. ทาง www.ม.33.com วันที่ 1-7 มี.ค. ตรวจคุณสมบัติ วันที่ 8-14 มี.ค. คนที่ผ่านเกณฑ์โหลดแอปฯ “เป๋าตัง” วันที่ 15 มี.ค. เงินเข้าเป๋าตังอาทิตย์แรก 1 พัน ถัดไปอีก 7 วัน เข้าอีก 1 พัน สิ้นสุดรอบสุดท้าย วันที่ 5 เม.ย. กำหนดกรอบการใช้เงินถึง 31 พ.ค.
จับ ผช.ผญบ.นำคนต่างด้าวเข้าไทย
ที่ จ.ตาก ทหารพรานที่ลาดตระเวนตามแนวชายแดน จับกุมชาวจีนลอบเข้าไทยได้ 5 คน เป็นชาย 4 หญิง 1 ที่บ้านเลอตอ ต.แม่ตื่น อ.แม่ระมาด และจับผู้นำพารวม 4 คน มีนายพะเก้อ นทีสายธาร ผช.ผญบ.หมู่ 9 บ้านเลอตอ นายพาดา เวียงของทอง นายกิตติ กะทิงธวัล และนายพอโพ สมบัตินิรันด์ พร้อมรถปิกอัพโตโยต้า 1 คัน ทั้งหมดรับว่านำชาวจีนเหล่านี้มาจากบ้านห้วยลึก อ.แม่สอด จะไปส่งที่เชียงใหม่ แต่ถูกจับเสียก่อน เย็นวันเดียวกัน พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ รอง เสธ.กองกำลังนเรศวร และพ.ต.อ.นเรศ พูลหน่าย ผกก.สภ.แม่ระมาด นำทีมร่วมสอบขยายผล ได้ความว่าผู้นำพาชาวจีนลอบเข้าไทย จะได้ค่าจ้างเที่ยวละ 12,000 บาท เมื่อพบด่านตรวจของเจ้าหน้าที่จะให้ชาวจีนลงจากรถเดินอ้อมด่าน มีรถปิกอัพสับเปลี่ยนรับและคอยดูต้นทาง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำทั้งหมดไปตรวจหาเชื้อโควิด-19
เชียงใหม่-ขอนแก่น ส่งแพทย์ไป รพ.สนาม
ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีส่งบุคลากรทางการแพทย์ของเชียงใหม่ จำนวน 4 ทีม รวม 33 คน ไปปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ใน รพ.สนามที่ จ.สมุทรสาคร เช่นเดียวกับที่ จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.นำแพทย์และประชาชนชาวขอนแก่น มามอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจทีมแพทย์พยาบาล และบุคลากรการแพทย์รวม 17 คน ที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่ รพ.สนามใน จ.สมุทรสาคร และหลังจากนี้จะมีทีมแพทย์ชุด 2 เดินทางไปสมทบ

“บิ๊กอู๊ด” ตรวจ 3 จว.ชายแดนตะวันตก
วันเดียวกัน พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รอง ผบก.ตม.5 พ.ต.อ.อาภากร โกมลสุทธิ รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.คงฤทธิ์ สุกใส ผกก.ตม.จ.กระบี่ พ.ต.อ.ประสิทธิ์ สมใจประสงค์ ผกก.บคด.บก.ตม.4 และคณะเดินทางลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี ที่เป็นชายแดนภาคตะวันตก ติดกับประเทศเมียนมา ที่กำลังมีปัญหาแรงงานต่างด้าวหนีเข้าเมืองมาไทยทำให้เกิดการระบาดของโควิด-19 และขณะนี้ได้เกิดการปฏิวัติในเมียนมาจึงกังวลว่าคนเมียนมาบางส่วนและชนกลุ่มน้อยจะหลบหนีข้ามชายแดนเข้ามายังประเทศไทย โดยคณะได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน ณ จุดตรวจผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน อ.เมืองกาญจนบุรี และจุดผ่านแดนด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์
ค่าหัวนำจีน-เมียนมาเข้าไทยสูงลิ่ว
พล.ต.ท.สมพงษ์กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่าที่ชายแดนกาญจนบุรียังมีช่องทางธรรมชาติที่คนต่างด้าวใช้หลบหนีเข้าไทยอย่างน้อย 7 ช่องทาง โดยรายงานทางลับทราบว่ายังมีแรงงานพม่าที่มีความต้องการเข้าไทยอีกมากถึง 3-4 แสนคน ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีแรงงานผิดกฎหมายลักลอบเข้าไทยมาแล้วจำนวนหนึ่ง ตำรวจหลายหน่วยก็ช่วยกันจับกุม เบื้องต้นพบว่าค่าหัวของขบวนการนำพาแรงงานเมียนมามีราคาเพิ่มสูงขึ้นถึงหัวละ 15,000 บาท แต่หากเป็นชาวจีนจะเพิ่มขึ้นถึงหัวละ 50,000 บาท ได้สั่งการให้ บก.ตม.3 และ บก.สส.สตม. เร่งดำเนินการจับกุมขบวนการนี้อย่างเร็วที่สุด ก่อนหน้านี้ได้มาตรวจชายแดนตะวันตกไปแล้วและได้สั่งการให้เข้มงวด ปัจจุบันตำรวจกาญจนบุรี และ สตม. มีหน่วยเคลื่อนที่เร็วตลอดแนวชายแดน พร้อมปฏิบัติการได้ทุกเมื่อ ขณะที่ตชด.ได้เพิ่มกำลังการตรวจแนวชายแดนมากขึ้น
จับเมียนมาลอบข้ามแดนสังขละบุรี
ขณะเดียวกัน ก่อนหน้าที่ พล.ต.ท.สมพงษ์ จะเดินทางไปยัง 3 จังหวัดชายแดนตะวันตก เมื่อคืนวันที่ 4 ก.พ. ทหาร กกล.สุรสีห์ และ ตชด.ร้อย 134 ได้จับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมารวม 27 คน เป็นชาย 24 คน หญิง 3 คน ที่หลบอยู่ในโพรงป่าบริเวณบ่อขยะ บ้านพระเจดีย์สามองค์ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี ซึ่งเป็นแนวเขตติดต่อประเทศเมียนมา นำตัวทั้งหมดมาสอบสวน ทราบว่าทั้งหมดลักลอบเข้ามาจากจังหวัดเย ฝั่งเมียนมา ผ่านช่องทางธรรมชาติตรงข้ามบ้านไร่อ้อย รวม 20 คน อีก 7 คน มาจากจังหวัดมะละแหม่ง ต้องการเดินทางเข้าไปที่จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรีและจังหวัดนครปฐม เข้าไปลงทะเบียนแรงงานต่างด้าว มีนายหน้าและผู้นำพานำเข้ามา จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี สอบสวนและคัดกรองโรคป้องกันโควิด-19

